Home / 

NEWS

สีผังเมืองแต่ละสีสามารถก่อสร้างอะไรได้บ้าง?

เคยสงสัยกันไหมครับว่า การจัดโซนที่ดินหรือผังเมืองออกเป็นสีต่าง ๆ นั้นคืออะไร และแต่ละสีของพื้นที่นั้น ๆ มีความสำคัญแตกต่างกันอย่างไรบ้าง สำหรับผู้ที่จะลงทุนหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ การศึกษาเรื่องสีของผังเมืองนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะต้องรู้ว่าพื้นที่ที่เราสนใจนั้นอยู่ในพื้นที่ผังเมืองสีอะไร เนื่องจากมีกฎหมายการก่อสร้างระบุไว้ชัดเจน ว่าแต่ละสีของพื้นที่นั้น ๆ สามารถก่อสร้างอะไรได้บ้าง อีกทั้งยังสามารถประเมินราคาของพื้นที่นั้นได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย
วันนี้เราจะมาอธิบายรายละเอียดสีผังเมืองในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล” ซึ่งเป็นพื้นที่และแหล่งลงทุนที่สำคัญ ว่าความหมายของแต่ละสีนั้นคืออะไร และสามารถก่อสร้างอะไรในพื้นที่ดังกล่าวได้บ้าง ไปดูกันเลยครับ

ผังเมืองกรุงเทพฯและปริมณฑล มีการแบ่งประเภทที่ดินออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่

  1. ที่ดินประเภทอยู่อาศัย
แบ่งออกเป็น 3 สี รหัสคือตัว “ย” ตั้งแต่ ย.1-ย.10
พื้นที่ “สีเหลือง” ความหนาแน่นของการอยู่อาศัยต่ำ ตั้งอยู่แถบชานเมือง รหัสตั้งแต่ ย.1–ย.4 ที่ดิน ย.1 สร้างได้เฉพาะบ้านเดี่ยว ที่ดิน ย.2 สร้างทาวน์เฮาส์ได้ ที่ดิน ย.3 สามารถสร้างอาคารชุดขนาดเล็กและกลางได้ ส่วนที่ดิน ย.4 ให้ความสำคัญกับพื้นที่ชานเมืองที่อยู่ในเขตให้บริการของระบบขนส่งมวลชน
พื้นที่ “สีส้ม” ความหนาแน่นของการอยู่อาศัยปานกลาง อยู่ในบริเวณพื้นที่ต่อเนื่องกับเขตเมืองชั้นใน รหัสคือ ย.5-ย.7 สามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้ทุกรูปแบบ ถ้าเป็นอาคารชุดที่มีเนื้อที่เกิน 10,000 ตารางเมตร จะต้องตั้งอยู่ริมถนนที่มีเขตทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร หรืออยู่ในระยะ 500 เมตรจากรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน
พื้นที่ “สีน้ำตาล” ความหนาแน่นของการอยู่อาศัยสูงตามเฉดสีเข้มสุด เป็นพื้นที่ในบริเวณเมืองชั้นใน รหัสคือ ย.8-ย.10 สามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้ทุกรูปแบบ เนื่องจากที่ดินมีมูลค่าสูง เช่น คอนโดมิเนียม เป็นต้น

  1. ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม
พื้นที่นี้จะใช้ “สีแดง” มีจุดประสงค์หลักเพื่อการพาณิชย์ สามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้ รหัสคือ พ.1-พ.5
พื้นที่ พ.1 และ พ.2 เน้นการพัฒนาที่ดินเพื่อเป็นศูนย์พาณิชยกรรมของชุมชน ในการกระจายกิจกรรมการค้า ศูนย์กลางธุรกิจ การค้า การบริการ และนันทนาการ ที่อำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณชานเมือง ต่างจาก
พื้นที่ พ.3 มุ่งกลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้อาศัยในพื้นที่เท่านั้น
พื้นที่ พ.4 มีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การค้า บริการ และนันทนาการ รวมไปถึงการท่องเที่ยว เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตการให้บริการของระบบขนส่งมวลชนทำให้สามารถเข้าถึงได้
พื้นที่ พ.5 เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การค้า บริการ นันทนาการ และการท่องเที่ยว

  1. ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม
พื้นที่นี้จะใช้“สีม่วง” รหัสคือ อ.1-อ.3 สามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้ เช่น บ้านเดี่ยว หอพัก หรือคอนโดมิเนียมขนาดเล็ก รวมถึงสร้างร้านค้าได้ แต่ไม่สามารถสร้างอาคารสูงกับอาคารชุดขนาดใหญ่ได้
พื้นที่ อ.1 สำหรับการประกอบกิจการที่มีมลพิษน้อย
พื้นที่ อ.2 เน้นอุตสาหกรรมการผลิต
พื้นที่ อ.3 สีเม็ดมะปราง ใช้เป็นพื้นที่คลังสินค้าสำหรับการขนส่งในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  1. ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม และที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
สีของพื้นที่นี้จะมี 2 แบบคือ “สีขาวมีกรอบกับเส้นทแยงสีเขียว” เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม รหัสคือ ก.1 – ก.5 จุดประสงค์ของการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้คือการสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่ชนบทและแหล่งเกษตรกรรม การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มและน้ำกร่อย รวมไปถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตร

  1. ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์และศิลปะวัฒนธรรมไทย
จะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน มี “สีน้ำตาลอ่อน” รหัสคือ ศ.1 และ ศ.2 จุดประสงค์คืออนุรักษ์และส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปะวัฒนธรรมของชาติ รวมไปถึงกิจกรรมการพาณิชย์ การบริการ และการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว

  1. ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
สีของที่ดินคือ “สีน้ำเงิน” รหัส ส. เป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งจะใช้เพื่อเป็นสถาบันราชการ หรือการดำเนินกิจการของรัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือเพื่อสาธารณะประโยชน์ 
ล่าสุดนั้น ทางสำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร ได้มีการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่(ฉบับที่4) จากผังเมืองเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2556 โดยคาดว่าจะประกาศใช้ไม่เกินปี 2563 เพื่อรองรับการขยายตัวในด้านที่อยู่อาศัย และเศรษฐกิจ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในเขตกรุงเทพและปริมณฑลอีกด้วยครับ.
อ้างอิงข้อมูลจาก :
เว็บไซต์สำนักผังเมือง
http://cpd.bangkok.go.th:90/web2/NEWCPD2556_2/guide.html

11/10/2562 15:12:18

Subscribe for Our Newsletter