นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.เตรียมพัฒนาระบบเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค โดยการออก โมบายแอพพลิเคชั่นในการขอสินเชื่อเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ธนาคารสามารถอนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้าได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมง จะช่วยลดเวลาในการเดินทาง แค่มาติดต่อธนาคารเพียงครั้งเดียว ช่วยลดต้นทุนให้ทั้งธนาคารและลูกค้า
 
"ต้นทุนการเงินที่ลดลง ธนาคารจะพิจารณาคืนกลับให้ลูกค้าเป็นส่วนลดอัตราดอกเบี้ยในการกู้บ้านประมาณ 0.25 -0.75% จากอัตราประกาศ ธนาคารตั้งวงเงินปล่อยสินเชื่อผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งรายละเอียดโครงการเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารอนุมัติก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้" นายฉัตรชัย กล่าว
 
ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถดาวน์โหลด แอพพลิเคชั่นเพื่อทำการตรวจข้อมูลทางการเงิน เช่น การกรอกข้อมูลเงินเดือน สอบถามวงเงินที่จะสามารถกู้ซื้อบ้านได้ เพื่อ ช่วยให้หาบ้านที่มีราคาสอดคล้องกับวงเงินที่ธนาคารจะปล่อยกู้ หรือกรณีที่ต้องการขอสินเชื่อ สามารถกรอกข้อมูล และทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารผ่านระบบไลน์ ช่วยเตรียมเอกสารในการติดต่อธนาคารได้ครบถ้วน และกรณีที่ข้อมูลทางการเงินที่ผู้ขอสินเชื่อแจ้งมาเป็นความจริงทั้งหมดก็จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อ เร็วขึ้น
 
นายฉัตรชัย กล่าวต่อไปว่า ธนาคารได้เตรียมนำโครงการออกใบเสร็จเงินกู้แบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GH Bank Smart Receipt ส่งเป็นข้อความในโทรศัพท์ มือถือแทนใบเสร็จเงินกู้รูปแบบเดิมที่จัดพิมพ์เป็นกระดาษ และจัดส่งทางไปรษณีย์ มียอดจัดส่งอยู่ราว 8 แสนฉบับ/เดือน มีต้นทุนที่ 4 บาท/ฉบับ หรือ 3.2 ล้านบาท/เดือน หรือปีละกว่า 36 ล้านบาท ระบบใหม่นี้จะช่วยให้ธนาคารประหยัดต้นทุนในการดำเนินการได้ อีกมาก
 
"ธนาคารจะเริ่มทยอยเปลี่ยนใบเสร็จเงินกู้แบบอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มลูกค้าสวัสดิการ เช่น ลูกค้ากลุ่มการไฟฟ้า และขยายไปสู่กลุ่มที่จ่ายค่างวดผ่านธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ และกลุ่มลูกค้าที่จ่ายเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสต่างๆ คาดว่าจะเปลี่ยนเป็นใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ได้ครบหมด 8 แสนราย ภายในต้นปี 2560" กรรมการผู้จัดการ ธอส.กล่าว
 
นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการ ธอส. กล่าวว่า คณะกรรมการธนาคารได้มีนโยบายให้ฝ่ายบริหาร ของ ธอส.เร่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล พร้อม ให้ความรู้ทางด้านการเงินแก่ประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าการเข้ามาของฟินเทคจะ เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการเพิ่มช่องทางเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีของธนาคารให้แก่ลูกค้าประชาชนโดยสามารถ พลิกโฉมรูปแบบการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จะช่วยให้ พันธกิจของ ธอส.ที่จะทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้น
 
Credit: Posttoday